" ลุงชาตรี " ผูกคอ หน้ากระทรวงยุติธรรม หากไม่รับช่วยเหลือเรื่องร้องเรียน ...


ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ / เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 65 นายชาตรี วงศ์เกตุ ชาวบ้านตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เดินทางมาพร้อมกับนายสุวรรณ บัวโรย ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สมาคมส่งเสริมคุณธรรมตำรวจและช่วยเหลือประชาชน และ นายปริญญา จิตติเจษฎาภรณ์ ทนายความ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม



    

นายชาตรี วงศ์เกตุ เปิดเผยว่า.. ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากที่ดินของตนถูกเจ้าหน้าที่บังคับคดี นำหมายศาลมายังที่ดินพิพาท เพื่อที่จะรื้อแนวรั้วกั้น เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา และได้ทำการรื้อรั้วแนวกั้นไปแล้ว พร้อมทั้งได้ทำการรังวัดที่ดินแนวเขตใหม่ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งหลังจากที่ได้รังวัดที่ดินใหม่แล้ว ปรากฎว่าที่ดินของตนเองหายไปเกือบ 4 ไร่ แต่เนื้อที่ของคู่กรณีที่มีรั้วติดต่อกันมีเนื้อที่เพิ่มขึ้น


      
" ตนเชื่อในพยานหลักฐานและพยานบุคคลเกี่ยวกับที่ดินพิพาทว่า เป็นของตนเองแน่นอน เพราะตนได้ซื้อที่ดินจาก นางสาวอรวรรณ ยอดพรมมา ซึ่งเป็นตัวแทนขาย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2553 และได้มีการแจ้งทำการล้อมรั้วเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2554 ที่สถานีตำรวจภูธรนาน้อย กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดยมี พันตำรวจโทวิฑูร ชัยวุฒิ พนักงานสอบสวนเวรรับทราบ แล้วลงมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และขณะที่ทำการตั้งแนวรั้ว นางสาวอรวรรณ ก็เป็นผู้ชี้เขตแดนให้ตั้งแนวรั้ว โดยมี นายสะอาด มาคำ ซึ่งเป็นกำนันในขณะนั้นร่วมอยู่ด้วย แนวรั้วดังกล่าว ก็มีมาก่อนที่คู่กรณีมาซื้อที่ดินติดกันเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า แนวรั้วนั้นอยู่ในที่ดินของตน และตนก็ได้ทำหนังสือบันทึกการอุทิศ(บริจาคที่ดิน) ในการวางท่อสาธารณประโยชน์ยาว 800 เมตร ให้กับนางวนิดาภรณ์ ทิพน์ปาละ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 โดยมี นายชยุต จิตรานนท์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำตก และ เจ้าหน้าที่ของ อบต.น้ำตก พร้อมด้วยลูกบ้านจำนวน 50 คน ได้มาขอวางท่อสระน้ำสาธารณะประโยชน์ " นายชาตรี กล่าว



ดังนั้น ที่ดินดังกล่าวก็ต้องเป็นของตน รวมทั้ง ตนก็มีพยานหลักฐานสำเนาภาพถ่ายแนวเขตป่าไม้ของจังหวัดน่านปี 2556 และ 2562 อีกทั้งตนเองเคยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคู่กรณีในคดีที่ดังกล่าวมาแล้วถึง 2 ครั้ง ศาลจังหวัดน่านมีคำพิพากษาว่า คู่กรณีมีความผิดฐานบุกรุก มีโทษจำคุก และให้ชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้แน่ใจว่าที่ดินนั้นเป็นของตนอย่างแน่นอน

นาย ' สุวรรณ บัวโรย '
ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สมาคมส่งเสริมคุณธรรมตำรวจและช่วยเหลือประชาชน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณี ' ลุงชาตรี ' ร้องเรียนกับสมาคมฯ ...

จากกรณีดังกล่าว ที่ดินของตนหายไปเกือบ 4 ไร่ ตนจึงอยากขอให้มีการรังวัดที่ดินทั้ง 3 แปลง ทั้งที่ดินของตนกับคู่กรณีใหม่ จะได้ทราบว่าที่ดินของแต่ละคนนั้นมีอาณาเขตพื้นที่ถึงตรงไหน แต่คู่กรณีกลับไม่กล้าที่จะให้รังวัดที่ดิน แต่เมื่อตนเองได้ไปร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดน่าน และอีกหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่ได้ความเป็นธรรม เรื่องเงียบหาย วันนี้ตนจึงได้มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่กระทรวงยุติธรรม 






ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังพูดคุยสัมภาษณ์กันอยู่นั้น จู่ๆ นายชาตรี ก็เดินไปผูกคอกับกำแพงรั้วกระทรวงยุติธรรม พร้อมกล่าวทั้งนักตาว่า " ถ้าวันนี้ไม่มีใครมารับหนังสือร้องเรียน ตนจะผูกคอตายอยู่ที่นี่ " ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องค่อยๆ เกลี่ยกล่อมให้นายชาตรี ใจเย็นๆ จากนั้น นางสาวศกลวรรณ ชัยภักดี หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปและกลุ่มงานนิติการ 3 ออกมาพูดคุย พร้อมทั้งเจรจาให้นายชาตรี สบายใจและเชิญเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ข้างในกระทรวงยุติธรรมเพื่อจะได้รู้ที่มาที่ไป 



ภายหลังจากที่รายละเอียดต่างๆ แล้ว นายปริญญ์วัฒน์ เปี่ยมปิ่นวงศ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ก็ได้มารับหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายชาตรี วงศ์เกตุ พร้อมรับปากว่าจะช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม โดยทางกระทรวงยุติธรรมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสานกับกรมที่ดินให้ส่งเรื่องไปที่กรมที่ดินจังหวัดน่าน เพื่อให้รังวัดที่ดินพิพาทใหม่อีกครั้ง ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อพท. ปลื้ม “ บ่อสวก ” ชุมชนต้นแบบ ขึ้นแท่นเครือข่ายหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลก ...

" ดร.โฆสิต " นำทีม ' กรุงเทพ 24 ชั่วโมง ' ตั้งสัตยาธิฐาน ทำงานเพื่อ กทม. ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ...

สุดยอดนวัตกรรม ! เครื่องวัดระดับน้ำตาล ชนิดพกพาแบบไม่ต้องเจาะเลือด จาก ม.รังสิต คว้ารางวัลการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ระดับดีมาก ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ปี 65 ...