เจ้าของร้านปลากุเลาเค็ม “ ป้าอ้วนตากใบ ” เผย ขนลุกหลังมีคำสั่งซื้อไปทำเมนูเสิร์ฟผู้นำ APEC ทำยอดขายพุ่ง รับออร์เดอร์ไม่ทัน ...

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (14 พฤศจิกายน) มีการกล่าวถึงหนึ่งในเมนูที่จะได้เป็นอาหารสำหรับเสิร์ฟในงานกาลาดินเนอร์สำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC 2022 คือเมนูปลากุเลาเค็มตากใบ โดยมีการตั้งข้อสงสัยว่าปลากุเลาที่นำมาทำอาหารนั้นอาจไม่ได้มาจากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กระทั่งในเวลาต่อมา โฆษกรัฐบาลได้กล่าวชี้แจงและเปิดเผยถึงร้านที่จำหน่ายปลากุเลาเค็มตากใบให้รัฐบาล

สำหรับ “ ปลากุเลาเค็มตากใบ ” จะอยู่ในเซ็ตอาหารจานหลัก โดยจะเป็นส่วนผสมของซอสราดมัสมั่นเนื้อน่องโคขุนจากสหกรณ์โพนยางคำ จังหวัดสกลนคร และข้าวกล้อง 9 ชนิดอบตะไคร้หอม เพื่อเพิ่มรสสัมผัสที่โดดเด่นให้กับเมนูอาหารที่เสิร์ฟ โดยปลากุเลาตากใบที่นำมาทำเมนูดังกล่าวมาจากร้านปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิมที่อยู่คู่อำเภอตากใบมาอย่างยาวนาน

แฟนเพจ ‘ สวท.สุไหงโก-ลก ’ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ พรจรัส ปฐมศิริกุล เจ้าของร้านปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ฟังข่าวจากวิทยุและจากโทรทัศน์ว่าปลากุเลาเค็มตากใบได้รับเลือกให้เป็นเมนูอาหารสำหรับผู้นำ APEC ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะจะทำให้ปลากุเลาเค็มตากใบเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายกว่านั้นคือทันทีที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างล้นหลามทุกช่องทาง จากเดิมขายได้วันละ 1-2 ตัว หรือประมาณ 800 กรัม - 1 กิโลกรัม หรือบางวันขายไม่ได้เลย กลายเป็นรับออร์เดอร์แทบไม่ทัน ตั้งแต่ 11.00-21.00 น. ขายได้มากกว่า 10 กิโลกรัม และยังมีการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนมีมูลค่าการสั่งซื้อมากกว่า 50,000 บาท

และที่ตื่นเต้นดีใจที่สุด คือเสียงโทรศัพท์สายหนึ่งที่แจ้งว่าโทรมาสั่งซื้อปลากุเลาเค็ม 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จากบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อนำไปจัดทำเมนูอาหารสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม APEC ความรู้สึกตอนนั้นคือดีใจมาก ขนลุกไปทั้งตัว เพราะไม่คิดว่าจะได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของร้านป้าอ้วน ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนและสร้างชื่อให้กับปลากุเลาเค็มตากใบ จากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ให้เป็นที่รู้จักระดับโลก กลุ่มผู้ประกอบการปลากุเลาทั้ง 9 กลุ่มของอำเภอตากใบ ที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพที่เป็นมาตรฐานพร้อมที่จะรับออร์เดอร์ เพื่อส่งต่อความอร่อยของปลากุเลาเค็มตากใบไปถึงทุกครัวเรือนทั่วไทย

สำหรับปลากุเลาเค็มตากใบถึงแม้จะมีราคาสูง โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 1,700 บาท แต่ก็เป็นเพราะทุกขั้นตอนการผลิตมีความพิถีพิถัน ใช้ปลากุเลาจากในพื้นที่ ควบคุมเวลาในการตาก ความแห้งของเนื้อปลา และรสชาติที่เค็มกำลังดี ทำให้มีลักษณะเฉพาะคือเนื้อปลาจะแห้ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสชาติความเค็มที่กลมกล่อม เมื่อนำมาทอดเนื้อจะฟูและร่วนซุยแทบละลายในปาก เมนูที่ทำง่ายและการันตีความอร่อยคือ ปลากุเลาเค็มทอด โรยด้วยพริกซอย หอมแดงซอย โรยน้ำตาลเล็กน้อย ปิดท้ายด้วยน้ำมะนาวอีกนิด นำไปคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยจนต้องเติมข้าวอีกหลายจาน หรือหากจะนำไปดัดแปลงเป็นข้าวผัดปลากุเลาเค็ม คะน้าปลาเค็ม หลนปลากุเลาเค็ม ก็จะได้สัมผัสรสชาติความอร่อยที่แตกต่างกันออกไป

ปัจจุบันปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบได้รับการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา การได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านมาตรฐานฮาลาล และเป็นสินค้าระดับ 5 ดาว และเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

📢 ขอบคุณข้อมูล เพจ #TheStandardNews ... 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อพท. ปลื้ม “ บ่อสวก ” ชุมชนต้นแบบ ขึ้นแท่นเครือข่ายหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลก ...

" ดร.โฆสิต " นำทีม ' กรุงเทพ 24 ชั่วโมง ' ตั้งสัตยาธิฐาน ทำงานเพื่อ กทม. ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ...

ททท. จัดอบรมโครงการ “ เจ้าบ้านที่ดี ” NEW CHAPTERS พร้อมกันทั่วประเทศ ผู้เข้าร่วมกว่า 2,500 คน มุ่งสู่การท่องเที่ยว NEXT NORMAL เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ...