กรมศิลปากร เผยการค้นพบข้อมูลใหม่ แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมศิลปากร เผยการค้นพบข้อมูลใหม่ แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ...

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าวการค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี และมอบเงินชดเชยผลอาสิน จำนวน 50,000 บาท ให้แก่.. นางคนางค์ และ นายเจน เพชรสุด เจ้าของพื้นที่ โดยมี นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวต้อนรับ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และ สื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงข่าว ณ พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จากนั้นนำคณะลงพื้นที่ แหล่ง โบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี โดย นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี บรรยายสรุปการดำเนินงาน


อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า.. กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และขุดศึกษาหลักฐาน ทางโบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผลการขุดค้นในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของ กลองมโหระทึก พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบ ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง เมื่อดำเนินการขุดลึกลงไปพบชิ้นส่วน กลองมโหระทึก อีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดินและ เริ่มปรากฏหลักฐานสำคัญคือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก สะท้อนให้เห็น ถึงความสำคัญของบุคคลผู้ถูกฝังและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย











อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า.. ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก นักโบราณคดีได้ดำเนินการขุดค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการ ฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มเติม มีการสวมโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป อีกทั้งยังพบกลุ่มโบราณวัตถุสำคัญ เช่น เครื่องประดับทองคำ แหวนทองคำ ลูกปัดทองคำ จี้ทองคำ ต่างหูทองคำ ภาชนะดินเผาขนาดเล็ก ภาชนะสำริด และลูกปัดจำนวนมาก การดำเนินงานจนถึงปัจจุบันพบโครงกระดูกมนุษย์ รวม 9 โครง โดยโครงกระดูกที่พบล่าสุดสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี มีโลหะสำริดรูปร่างคล้ายฆ้องสำริดวางอยู่บนบริเวณลำตัว พบกลองมโหระทึกเพิ่มเติมอีก 4 ใบ รวมเป็น 6 ใบ  ซึ่งจะดำเนินการ ขุดแต่งกลอง เพื่อศึกษาลักษณะและลวดลาย บนลำตัวของกลอง ตลอดจนศึกษาแบบแผนของการฝังศพและรูปแบบการวางของอุทิศ ให้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังพบก้อนดินเผาไฟจำนวนมาก กรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภทวัว/ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยพบทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ถือเป็นหลักฐาน สำคัญที่แสดงถึงการฝังสัตว์ร่วมในพิธีกรรมการฝังศพและพบร่วมกับวัตถุอุทิศ แสดงถึงความสำคัญของสัตว์เหล่านั้น อาจเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน หรือมีความสำคัญในแง่อื่น ๆ ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไป












หลังจากนี้ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม จะเข้าบันทึกหลักฐานโครงกระดูก และหลุมขุดค้นด้วยเทคนิค 3D Scan อีกครั้ง ก่อนจะทำการเก็บโครงกระดูก และ โบราณวัตถุขึ้นจากหลุม ในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยทีมนักโบราณคดี จากสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี  ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของกรมศิลปากร และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ และนำส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์ เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อทำการอนุรักษ์ จากนั้นจะทำการเคลียร์หลุมขุดค้นเพื่อคืนสู่สภาพเดิม ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้กับเจ้าของที่นาได้ใช้ประกอบอาชีพต่อไป ทั้งนี้ ได้จัดส่งตัวอย่างถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะทราบผลค่าอายุที่แน่นอนประมาณ 3 เดือน 


จากรูปแบบกลองมโหระทึกและโบราณวัตถุที่พบร่วมกับโครงกระดูก ทำให้สันนิษฐานได้ว่าแหล่งฝังศพนี้น่าจะจัดอยู่ในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายราวประมาณ 2,000 ถึง 1,500 ปีมาแล้ว เป็นช่วงเวลาก่อนที่ จะเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ซึ่งจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เป็นแหล่งฝังศพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อ และสถานะทางสังคมของชุมชนในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาค ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad







Pages