ที่ กรมประมง / เมื่อเวลา 10. 00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ได้มี ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่ประเทศนำโดย นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เดินทางนำเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย ไป กรมประมง เพื่อข้อยื่นเสนอและเรียกร้องให้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำต่อ อธิบดีกรมประมง
นายครรชิต บอกว่า.. มี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต
1. สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสูงขึ้น
2. ราคากุ้งตกต่ำตามฤดูกาลในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี
3. ปัญหาการค้าชายแดน โดยเฉพาะมาตรการนำเข้าสินค้าประมงของมาเลเซียและข้อจำกัดด้านด่านการค้าชายแดน
โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ราคากุ้งหน้าฟาร์มต่ำกว่าต้นทุนการผลิตประมาณ 10-20% - เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งคาดว่าปี 2569 จะขาดทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้หลายฟาร์มเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องและมีความเสี่ยงต้องหยุดการผลิต
ดังนั้นจึง ขอเรียกร้องสำคัญต่อภาครัฐให้เร่งประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งเพื่อความยั่งยืน หรือ “บอร์ดกุ้ง” - จัดโครงการกระตุ้นการบริโภคกุ้งภายในประเทศ โดยดึงผลผลิตออกจากตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายใน 3 เดือน สนับสนุนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อพยุงรายได้ในช่วงวิกฤต
อย่างไรก็ตามในมุมมองของเกษตรกรมองว่าปัญหาหลักไม่ใช่ปริมาณผลผลิตกุ้ง แต่เป็นการบริหารจัดการตลาดที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยผลผลิตส่วนที่ต้องบริหารจัดการมีเพียงประมาณ 50,000 ตัน แต่กลับส่งผลกระทบต่อราคากุ้งทั้งระบบ ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
** #ข้อกังวลเพิ่มเติม เกษตรกรตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากขาดทุน ผู้ประกอบการบางส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยังคงมีกำไร จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบ่งเบาภาระและช่วยรักษาฐานการผลิตกุ้งของประเทศ
#สรุป เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้ง ยืนยันว่า.. การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่เกษตรกรจำนวนมากจะต้องเลิกอาชีพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพนับล้านคนทั่วประเทศ ...
#กรมประมง #ผู้เลี้ยงกุ้ง #บุกกรมประมง #อุตสาหกรรมกุ้ง #บอร์ดกุ้ง #ราคากุ้งหน้าฟาร์ม #สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย ...
ขอบคุณ : ข่าว - สุทธิพงศ์ ถิ่นเขาน้อย / ภาพ - สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ...

























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น