“ ทัพไทย ” ย้ำจุดยืนยึดสันติวิธี–ข้อตกลงร่วม ไทย–กัมพูชา ไม่ตอบโต้รายวัน ชี้วัดความเชื่อมั่นจาก “ การปฏิบัติจริง ” วอนประชาชนเชื่อมั่นการทำงานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อประเทศชาติและประชาชน ติดตามข่าวสารโซเชียลอย่างมีสติ พร้อมขอใช้วิจารณญาณการรับข่าวโซเชียล
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของประเทศไทยต่อสถานการณ์และการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นไทย–กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา ว่า.. ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ความเคารพซึ่งกันและกัน และการปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้
ประเทศไทย ไม่มีความประสงค์จะตอบโต้ทุกถ้อยแถลงหรือทุกข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์เป็นรายวัน เพราะเห็นว่าการแข่งขันกันด้วยวาทกรรมไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา และอาจส่งผลให้บรรยากาศแห่งความไว้วางใจระหว่างกันลดลง
สิ่งที่ ประเทศไทย ให้ความสำคัญมากกว่าคือการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันไว้ โดยเฉพาะการลดระดับความตึงเครียด การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม การป้องกันความเข้าใจผิด และการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน
![]() |
| พล.อ.อ. ' ประภาส สอนใจดี ' ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ... |
ประเทศไทย เชื่อว่าความน่าเชื่อถือของทุกฝ่ายไม่ได้วัดจากถ้อยแถลงหรือข้อความที่เผยแพร่ในแต่ละวัน แต่วัดจากการปฏิบัติจริงว่าสอดคล้องกับสิ่งที่ได้ตกลงร่วมกันไว้หรือไม่ ความไว้วางใจระหว่างประเทศเกิดจากการกระทำที่ต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบ และมีความสุจริตใจ
“ ประเทศไทย จะไม่แข่งขันกันด้วยวาทกรรม แต่จะยึดข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเป็นหลัก เพราะความไว้วางใจเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ ”
ประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้ต่อกันและต่อประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมกันลดการยั่วยุ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความเกลียดชัง หรือความแตกแยก และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
ประเทศไทย ยังคงพร้อมใช้กลไกทวิภาคี กลไกทางการทูต และช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่ทั้งหมดในการหารืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขประเด็นต่าง ๆ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และความเคารพซึ่งกันและกัน
“ วันนี้สิ่งที่ประชาคมโลกจับตา ไม่ใช่ว่าใครพูดอะไร แต่คือทุกฝ่ายปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้หรือไม่ ”
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า.. ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยจะยังคงรักษาสิทธิ อธิปไตย และผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ โดยดำเนินการด้วยความรอบคอบ ความรับผิดชอบ และความชอบธรรม เพื่อให้ทุกมาตรการเป็นที่ยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศ
“ ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยสติและวิจารณญาณ ไม่ตื่นตระหนก ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมหรือข้อมูลบิดเบือน และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และให้มั่นใจว่า รัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยกำลังดำเนินการทุกมิติอย่างรอบคอบ ต่อเนื่อง และเป็นเอกภาพ โดยยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติ ความปลอดภัยของประชาชน อธิปไตยของประเทศ และหลักกฎหมายระหว่างAvatarเป็นสำคัญ สติ ความสามัคคี ความอดทน และ การยึดมั่นในข้อตกลงร่วม จะเป็นพลังสำคัญในการลดความตึงเครียด สร้างความไว้วางใจ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป ” พล.อ.อ.ประภาสฯ กล่าว ...





















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น