กระทรวงวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวงจัดนิทรรศการ “ ชุดไทยพระราชนิยม ” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ยกระดับการแต่งกายสตรีไทย เสนอ UNESCO ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568

กระทรวงวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวงจัดนิทรรศการ “ ชุดไทยพระราชนิยม ” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ยกระดับการแต่งกายสตรีไทย เสนอ UNESCO ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ...

ที่ อาคารเอนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม / เมื่อเวลา 10.00 น. วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นิทรรศการ “ ชุดไทยพระราชนิยม ” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมี คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และ แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน 

นางยุถิกาอิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า.. การจัดงาน นิทรรศการ “ ชุดไทยพระราชนิยม ” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาและยกระดับการแต่งกายของสตรีไทย ให้เป็นชุดประจำชาติอันงดงาม และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติเนื่องด้วย “ ชุดไทย ” ไม่ได้เป็นเพียง เครื่องแต่งกายที่งดงาม หากแต่เป็นสื่อทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชาติไทย ทั้งในด้าน รากเหง้า วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และเกียรติภูมิของชาติ จากอดีตสู่ปัจจุบัน ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระราชวิริยะอุตสาหะของพระองค์ท่าน ที่ได้ ทรงสืบสาน พัฒนา และส่งเสริมแบบ “ ชุดไทย ” ให้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อสวมใส่ในโอกาสต่างๆ และส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติ อย่างสง่างามบนเวทีโลก 



อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า.. ในปี พุทธศักราช 2569 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะครบรอบ 60 ปี แห่งการพระราชทานแบบ “ ชุดไทยพระราชนิยม ” และในโอกาสสำคัญนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการ ยื่นเสนอ “ ชุดไทย ” เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น “ รายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ” (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในปีเดียวกัน สำหรับการยื่นเสนอเพื่อขึ้นทะเบียน “ ชุดไทย ” ในครั้งนี้ มิได้มุ่งเพียง สร้างการยอมรับ ในระดับโลก แต่สะท้อนถึง เจตจำนงร่วม ของคนไทยทุกคน ที่จะร่วมกันธำรงรักษา “ ชุดไทย ” ไม่ใช่ในฐานะ วัตถุอนุรักษ์ หากแต่ในฐานะ อัตลักษณ์ที่มีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ในความภาคภูมิใจของผู้คนและเติบโตอยู่บนเวทีโลกอย่างร่วมสมัย 



นางยุถิกาอิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า.. นอกจาก “ ชุดไทยพระราชนิยม ” ที่นำมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ” โดยแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ ประกอบด้วย..

(1) ยูเนสโกกับการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา : เกณฑ์ กระบวนการ และการต่อยอด โดย นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม

(2) ผ้าไทยและชุดไทยในห่วงโซ่อุปสงค์-อุปทาน: โอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดย ดร.พิชชากานต์ ช่วงชัย อาจารย์ประจำสาขาการจัดการมรดกวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(3) ชุดไทยและการนำมาใช้ในการแสดง โดย ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 

(4) เศรษฐกิจชุมชนกับ ผ้าไทย: สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างศักดิ์ศรี โดย นายวัชรพงศ์ ปานเสนชุติพันธุ์ (ครูรัตน์ บ้านเครื่องไทย) ปราชญ์ชุมชนสถาบันปัญญาภิวัฒน์ การปักเครื่องโขน-ละคร ศิลปินจังหวัดนนทบุรี ด้านการแสดงหุ่นกระบอก และคณะลิเกทรงเครื่อง กรณ์กัญจนรัตน์ 

(5) การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมและการป้องกันการบิดเบือนบนโลกออนไลน์ โดย วิทยากรร่วมเสวนา ซึ่งการเสวนาในวันนี้ จึงมิใช่เพียงแค่ การแบ่งปันองค์ความรู้ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งการจุดประกายความร่วมมือ เพื่อให้ “ ชุดไทย ” เชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับปัจจุบัน สร้างคุณค่าใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีศักดิ์ศรี และยืนหยัดบนโลกออนไลน์ ในยุคปัจจุบัน อย่างมั่นคง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง 



“ ชุดไทยพระราชนิยม ” เริ่มต้นในปี พ.ศ.2503 ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือน 15 ประเทศ ในทวีปอเมริกาและยุโรป พระองค์ทรงตระหนักว่า การแต่งกายแบบดั้งเดิมของหญิงไทยในชีวิตประจําวันกำลัง สูญหายไปภายใต้อิทธิพลของวัฒนรรรมตะวันตก และไม่มีชุดแต่งกาย ที่เป็นแบบฉบับประจําชาติที่สามารถแสดง อัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ ส่าหรี ของอินเดีย หรือ กิโมโน ของญี่ปุ่น ด้วยพระราชดำริอันลึกซึ้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงทรงเห็นว่าชุดฉลองพระองค์ในโอกาสการเสด็จเยือน ต่างประเทศ ควรมีรูปแบบที่ชัดเจน แสดงถึงความเป็นไทย และสามารถเผยแพร่คุณค่าทางศิลปะไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พระองค์จึงโปรดให้นางสนองพระโอษฐ์ศึกษาค้นคว้าและออกแบบชุดแต่งกายสตรีไทย ที่มีความคล่องตัว เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายและเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างสง่างาม 



ผลจากพระราชดำริในครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่.. ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยเรือนต้น ชุดเหล่านี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทรงใช้ในโอกาสต่าง ๆ ทั้งในประเทศและระหว่างเสด็จฯ ต่างประเทศ จนเป็นที่รู้จัก และชื่นชมทั้งในและต่างประเทศ รูปแบบชุดไทยพระราชนิยมเป็นการประยุกต์การแต่งกายแบบโบราณให้ง่าย ต่อการสวมใส่ในชีวิตประจําวัน โดยยังคงใช้ผ้าไทยและเครื่องประดับไทยดั้งเดิม ควบคู่กับการพัฒนาเทคนิค การตัดเย็บ การปัก และองค์ประกอบของชุดให้มีความงดงาม สง่างาม และเหมาะสมกับกาลเทศะ 


“ ชุดไทยพระราชนิยม ” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สมควรสืบสานและภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้ดำรงอยู่คู่ชาติสืบไป  


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม www.culture.go.th หรือ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ สถานีโทรทัศน์ MVTV ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad



Pages