ผวจ.สุราษฎร์ฯ ย้ำพร้อมลงดาบ นอมินี ต่างชาติ ประกอบกิจการผิดกฎหมาย แหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะ ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ผวจ.สุราษฎร์ฯ ย้ำพร้อมลงดาบ นอมินี ต่างชาติ ประกอบกิจการผิดกฎหมาย แหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะ ...

นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า.. เกี่ยวกับกรณีชาวอิสราเอลและต่างชาติ ที่มาอาศัยในพื้นที่ อ.เกาะพะงันและอ.เกาะสมุย หรือตามหมู่เกาะแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้นอมินี ประกอบกิจการนั้น  ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สอบถามกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ทั้งสำนักงานจัดหางานจังหวัด  โดยตัวเลขบัญชีแต่ละประเทศที่มาใช้แรงงาน แค่หลักพัน หากรวม ๆ กันแค่หลักหมื่น  ตอนนี้มาตรการของจังหวัดสุราษฎร์ธานี บน เกาะพะงัน และ เกาะสมุย ทำทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนรวมทั้งคนไทยที่ทำผิดกฎหมาย เราก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ชาติไหนไม่สำคัญจะพยายามผลักดัน และเมื่อวานนี้ได้มอบหมายให้นายจักรกฤษณ์  ฝั่งชลจิตร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงลงพื้นที่เกาะพะงัน ตรวจสอบการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ดำเนินการรวดเร็วที่สุด เบื้องต้นให้หยุดกิจการไว้ก่อน


โดยพื้นที่ เกาะพะงัน ได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งพาณิชย์ สรรพากร ใครครอบครองที่ดิน ใครเป็นเจ้าของ ตรวจสอบการจ่ายภาษี จะทยอยดำเนินการ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการต่อเนื่องจับกุมตลอดเวลา เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนที่ได้รับมอบหมายทำงานร่วมกับทางอำเภอเกาะสมุย ซึ่งได้ตั้งกรรมการ 2 – 3 ชุด เพื่อทำงาน และดำเนินการทุกเชื้อชาติ ไม่เฉพาะชาติใดชาติหนึ่ง และพร้อมที่จะให้สื่อลงพื้นที่ไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามหากใครต้องการแจ้งเบาะแสสามารถโทรศัพท์ได้ตลอด ทั้ง โทร.191 และเบอร์ตรงของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า.. เมื่อวันที่ 7 พ.ค.69 ที่ผ่านมานายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้นายจักรกฤษณ์  ฝั่งชลจิตร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง  กรณีชาวต่างชาติและชาวไทยเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และกรณีสามีภรรยาชาวอิสราเอลมีการโฆษณาผ่านเพจสังคมออนไลน์ในการรับทำวีซ่า และมีการเชิญชวนให้ย้ายประเทศมาอยู่ที่อำเภอเกาะพะงัน และพื้นที่อื่นในประเทศไทย เบื้องต้นให้หยุดกิจการไว้ก่อน ตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการตามกฎหมาย ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad







Pages