กรมศุลกากร ผนึกกำลัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดผลปฏิบัติการเข้ม สกัดกั้นสินค้าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569 มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 73.60 ล้านบาท ย้ำเดินหน้าคุมเข้มทุกช่องทาง เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากความเสี่ยงด้านสุขภาพและอนามัย
ที่ อาคาร 1 กรมศุลกากร / เมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงข่าว เผยผลสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือในการตรวจยึดสินค้าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อย่างต่อเนื่อง
อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า.. กรมศุลกากร ได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าในทุกมิติ สำหรับมิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภค กรมศุลกากรได้บูรณาการความร่วมมือกับ อย. โดยเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. หลุดรอดออกสู่ท้องตลาด เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 - เดือนมีนาคม 2569
กรมศุลกากร ได้มีการจับกุมสินค้าในกลุ่มความปลอดภัยต่อผู้บริโภค มูลค่ารวม 1,072.32 ล้านบาท จำแนกเป็นคดีที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก อย. มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 73.60 ล้านบาท จำนวน 2,029 ราย ปริมาณสินค้ากว่า 2 ล้านชิ้น มีผลงานการจับกุมที่น่าสนใจ ดังนี้..
- กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่เก็บสินค้าในเขตอำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พบเครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. กว่า 20,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 5.5 ล้านบาท
- สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับด่านศุลกากรมุกดาหารและกองสืบสวนและปราบปราม ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ น้ำหอม ละเมิดเครื่องหมายการค้าและไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. จำนวน 800 ขวด มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.5 ล้านบาท
- สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ “ แปรงสีฟันไฟฟ้า ” ไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้าจาก อย. มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2 แสนบาท และตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า พบ แก๊สหัวเราะ (Happy Gas) ไม่มีใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. น้ำหนัก 96,000 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1.3 ล้านบาท
โดยทุกกรณีเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวในตอนท้ายว่า.. นอกเหนือจากการจับกุมกลุ่มสินค้าในมิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภคข้างต้นแล้ว กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าผิดกฎหมายในมิติอื่น ๆ ด้วย อันได้แก่..
1) มิติการปกป้องสังคม 2) มิติการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ 3) มิติการปกป้องสิ่งแวดล้อม และ 4) กลุ่มยาเสพติด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีผลการจับกุมในคดีสำคัญทั้ง 4 มิติและคดียาเสพติดรวมทั้งสิ้น 1,177 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวมทั้งสิ้น 2,888.40 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ (มกราคม 2569 - มีนาคม 2569) มีผลการจับกุมในคดีสำคัญ จำนวน 676 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวม 1,648.78 ล้านบาท โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีมูลค่าจับกุมสูงขึ้นถึง 4 เท่าของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การบริโภคสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีความเสี่ยงสูงต่อร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง หรืออันตรายถึงแก่ชีวิต จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น โดยกรมศุลกากรและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งเข้มงวดในตรวจสอบสินค้าผ่านช่องทางขนส่งต่าง ๆ รวมถึงเฝ้าระวังการซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสู่ระดับสากลต่อไป ...





















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น