เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลของกองกำลังสุรนารี ณ หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 พื้นที่เขาสัตตะโสม และ หน่วยเฉพาะกิจที่ 4 พื้นที่ช่องบก
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมสถานการณ์ การปฏิบัติภารกิจ ความพร้อมของกำลังพล การดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาการสนับสนุนและยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการบรรยายสรุป พลอากาศเอก ประภาส ได้พบปะกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ผู้แทนกำลังพล เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมกล่าวชื่นชมในความเสียสละ ความอดทน และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อพิทักษ์อธิปไตย รักษาความมั่นคงของชาติ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน
พร้อมเน้นย้ำ 3 หลักสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ
1. รักษาความปลอดภัยของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อคงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
2. ป้องกันความสูญเสียต่อฝ่ายเดียวกัน ด้วยการบูรณาการ การประสานงาน และการใช้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ
3. ปฏิบัติภารกิจภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย คำนึงถึงหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน พร้อมหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชน
พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า.. ปัจจุบันกองทัพไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจร่วมของทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตามแผนป้องกันประเทศและแผนป้องกันชายแดน โดยมีการบูรณาการและประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้กำลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลัง พร้อมย้ำว่าทุกการปฏิบัติยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ในด้านข้อมูลข่าวสาร ผู้อำนวยการ JIC ระบุว่า.. ประเทศไทยยึดหลักการสื่อสารบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือข่าวปลอมไม่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐและทีมโฆษกด้านความมั่นคงเป็นหลัก
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างจากฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน พลอากาศเอก ประภาส ยืนยันว่า.. ฝ่ายไทยดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด การวางกำลังเป็นไปในพื้นที่ที่จำเป็นเพื่อความมั่นคง และยังคงยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม การสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจร่วมกันถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจรจาและการลดความตึงเครียดในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ JIC ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารเพื่อประเทศชาติ ด้วยความเสียสละและจิตสำนึกในการรับใช้ส่วนรวม โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า.. การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของกำลังพลและความพร้อมของสาธารณูปโภคในพื้นที่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ขณะที่ น.ท.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า.. โครงการ “ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ” เป็นนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหน่วยปฏิบัติ
ส่วน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า.. พื้นที่รับผิดชอบทั้งทางบกและทางทะเลยังคงมีความเรียบร้อย และการดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนมีความคืบหน้าตามแผน
ประเทศไทย ยังคงยืนยันการดำเนินการด้วยแนวทางสันติวิธี ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงรักษาความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
JIC ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ...
#JIC #ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทยกัมพูชา #ข้อมูลจริงสร้างความเชื่อมั่น #ชายแดนไทยกัมพูชา ...




































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น