กองทุน ววน. จับมือภาคีเครือข่ายเปิดตัว SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ร่วมฟื้นตัว-ติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

กองทุน ววน. จับมือภาคีเครือข่ายเปิดตัว SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ร่วมฟื้นตัว-ติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า ...

กองทุน ววน. โดย สกสว. ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เปิดตัว SRI Alert (ศรีเตือนภัย) พร้อมร่วมเสริมระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ หลังธรณีพิโรธ กทม.และปริมณฑล ขณะที่ทีมนักวิจัยแผ่นดินไหวเดินหน้าจัดการฟื้นตัวจากภัยแผ่นดินไหว โดยเฉพาะการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ที่ห้อง Infinity 2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ / เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าว “ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ และพิธีเปิดตัว SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ซึ้งเป็นการระดมงานวิจัยและองค์ความรู้จากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ (ววน.) เพื่อร่วมเสริมระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศไทย เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี แผ่นดินไหว กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดโดยกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ” เพื่อเปิดตัวโครงการ SRI Alert (ศรีเตือนภัย) แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่บูรณาการ ‘ ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านภัยพิบัติ ’ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาและต่อยอดการยกระดับกลไกสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญองค์ความรู้และนวัตกรรม

ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า.. บทเรียนจากวิกฤติจะถูกเปลี่ยนเป็นการเตรียมพร้อมของประเทศในอนาคต ความท้าทายสำคัญคือจะทำอย่างไรให้องค์ความรู้ถูกดึงมาใช้งานได้จริง และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทันท่วงที จึงเป็นบทบาทสำคัญของกองทุน ววน. ที่จะทำให้เกิดระบบสนับสนุนที่พร้อมใช้ในภาวะวิกฤติและขยายผลในระยะยาว โดยสนับสนุนการพัฒนา SRI Alert ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสนับสนุนการรับรู้สถานการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล การเตรียมพร้อม และเสริมพลังการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ งานในวันนี้เป็นเวทีที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติในหลายมิติ ทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่ วิศวกรรมโครงสร้าง น้ำ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งจะถูกนำมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือของเครือข่ายจากหลายหน่วยงาน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากการมีองค์ความรู้จำนวนมากไปสู่การมีระบบที่นำองค์ความรู้นั้นไปใช้ได้จริง 

ทั้งนี้ SRI Alert เกิดจากการรวมตัวของมหาวิทยาลัยที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับภัยพิบัติที่กำลังมีผลกระทบต่อประเทศไทย โดย กองทุน ววน. โดย สกสว. วช. และ PMU เล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วน จึงเร่งผลักดันให้มีแผนการดำเนินงานด้านภัยพิบัติในเชิงระบบในกองทุน ววน. มากยิ่งขึ้น ซึ่งในระยะแรกมีมหาวิทยาลัยที่รวมตัวกันทำวิจัยร่วมกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ 

ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและดิจิทัล และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า.. ระบบเตือนภัยเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นหน่วยงานที่ดูแลประชาชนจะเป็นผู้เข้าใช้งานระบบ เช่น เทศบาล จังหวัด หรือหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม โรงงาน บริษัท ฯลฯ ที่มีระบบในการติดต่อกับคนของตนเองอยู่แล้ว ผ่านไลน์ เทเลแกรม หรืออื่น ๆ เพื่อรับข้อมูลการเตือนภัยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนของตนเท่านั้น ยังไม่ได้เปิดให้ประชาชนแต่ละคนรับข้อมูลโดยตรง แต่สามารถให้หน่วยงานติดต่อ สกสว. เพื่อเชื่อมระบบได้ฟรี และแจ้งเตือนคนของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ SRI Alert เป็นเพลตฟอร์มกลางที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญที่สุด คือ การเป็น 'กองหนุนที่แข็งแกร่ง' ให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยป้อนข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับการวิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว มีผลการวิเคราะห์ถูกต้องแม่นยำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมพร้อมใช้ สนับสนุนให้หน่วยงานหลักนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ และให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่งานวิจัยของ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผศ. ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ และทีมนักวิจัย แบบจำลองสารสนเทศเมือง (Urban Information Modeling: UIM) หรือการสร้างเมืองฝาแฝดดิจิทัล มุ่งยกระดับการรับมือภัยพิบัติในเขตเมือง ทั้งปัญหาน้ำท่วม แผ่นดินไหว และฝุ่น PM2.5 ภายใต้แนวคิดสำคัญที่ตอกย้ำความโดดเด่นของเทคโนโลยี ที่ไม่ได้เพียงสร้างโมเดลอาคารสามมิติเพื่อให้เห็นภาพจำลองเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบฐานข้อมูลเมือง โดยเฉพาะระบบทางวิศวกรรมและการจำลองสถานการณ์ ด้วยการบูรณาการข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับเทคโนโลยี 3 มิติ เพื่อพัฒนาแผนที่ความเสี่ยง ระบบแจ้งเตือนภัย และแบบจำลองการอพยพ ทั้งนี้ได้นำร่องร่วมกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร และเทศบาลเมืองท่าโพธิ์ จังหวัดพิษณุโลก ในการพัฒนาแผนการอพยพร่วมกัน เพื่อให้ผู้บริหารเมือง เจ้าของอาคาร และประชาชน มีข้อมูลที่แม่นยำในการรับมือเหตุฉุกเฉินและลดความสูญเสียในอนาคต 2) แอปพลิเคชันปลาปลอดภัย by Open Science ซึ่งมี อาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ ได้ร่วมกับทีมวิจัยพัฒนาระบบที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพน้ำ ชนิดปลา และพื้นที่จับ เพื่อจำแนกปลาออกเป็นสามระดับความเสี่ยง ข้อมูลอัปเดตทุก 2-4 สัปดาห์ โดยทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์พลเมืองที่คอยรายงานข้อมูลภาคสนามและช่วยคัดกรองปลาตามสีที่ระบบแจ้งออกจากห่วงโซ่การบริโภค ทำให้สามารถทำนายความเสี่ยงโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย แบบรายพื้นที่และรายช่วงเวลา เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคเฉพาะปลาที่ผ่านการยืนยันความปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ได้นำร่องใช้งานจริงแล้วที่ตลาดปลาเชียงแสนน้อย ร่วมกับภาคีชาวประมงจาก 4 หมู่บ้าน โดยข้อมูลการจำแนกความเสี่ยงถูกส่งตรงถึงชาวประมง ร้านขายปลา ประมงจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ

“ ระบบอัจฉริยะเพื่อการเตือนภัยและอพยพชุมชนจากภัยน้ำท่วมและแผ่นดินไหว : พื้นที่นำร่องระยะที่ 1 กรุงเทพมหานคร และเทศบาลเมืองแพร่ ” โดย ศ. ดร.อุมา สีบุญเรือง และทีมนักวิจัย สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้บูรณาการเทคโนโลยี AI, IoT และ Big Data เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นระบบ End-to-End Disaster Management Platform ที่ครอบคลุมทั้งก่อนและหลังเกิดภัยพิบัติ โดยทุกโมดูลถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านแพลตฟอร์ม SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ แพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สะท้อนบทบาทของระบบ ววน. ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของประเทศที่มุ่งสู่ระบบเตือนภัยอัจฉริยะระดับประเทศ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการตอบสนองต่อเหตุการณ์สู่ “ การคาดการณ์ ป้องกัน และตัดสินใจเชิงรุก ” อย่างยั่งยืน 

สำหรับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่มี ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหัวหน้าโครงการ ระบุถึงการเปลี่ยนบทบาทประชาชนให้กลายเป็น " เซนเซอร์ที่มีชีวิต " โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรายงานเหตุภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ จากการพัฒนาระบบพัฒนาระบบรับแจ้งและแจ้งเตือนภัยพิบัติ SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ให้เป็น “ Citizen Touchpoint ” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสู่หน่วยงานที่แก้ไขปัญหาผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และช่วยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศไทยด้วยข้อมูลจริงจากภาคประชาชน โดยอิงจากพิกัดที่ตั้งของผู้ใช้งานหรือพื้นที่เสี่ยง ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับการแจ้งเตือนภัยพิบัติแบบทันเหตุการณ์ ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุภัยพิบัติด้วยการสื่อสารเชิงรุก จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและหัวใจสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นได้จริง

ในส่วนของแผนงาน “ การจัดการฟื้นตัวจากภัยแผ่นดินไหวโดยใช้ผลสำเร็จจากงานวิจัยและการสร้างฐานข้อมูลสำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดีขึ้นในอนาคต ” นำโดย ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า.. แม้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ในประเทศเมียนมา แต่พื้นที่กรุงเทพฯ กลับได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยพื้นที่กลุ่มชั้นดินอ่อนในกรุงเทพฯ มีค่าความเร่งสูงกว่าพื้นที่รับคลื่นปฐมภูมิในภาคเหนือและตะวันตกอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์การสั่นพ้องที่ชั้นดินอ่อนขยายกำลังของคลื่นแผ่นดินไหว ส่งผลให้โครงสร้างอาคารเกิดการโยกตัวรุนแรงขึ้น จากการสำรวจและประเมินความเสียหายของอาคารตามเกณฑ์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดแบ่งรหัสสีเพื่อความปลอดภัยในการใช้อาคาร ประกอบด้วย ป้ายสีเขียว (อาคารใช้งานได้ตามปกติ) มีความปลอดภัยหรือเสียหายเพียงเล็กน้อย ป้ายสีเหลือง (อาคารใช้งานได้แบบมีเงื่อนไข) เสียหายระดับปานกลาง พบรอยร้าวทะลุผนังก่ออิฐทั้งสองด้าน ซึ่งต้องเฝ้าระวังและรอการสำรวจอย่างละเอียด และป้ายสีแดง (ห้ามใช้งานอาคาร) อาคารมากกว่า 15 แห่งเสียหายอย่างหนัก โครงสร้างหลักได้รับผลกระทบ เช่น คอนกรีตแตกหลุดร่วง และเหล็กเสริมโก่งงอ แนวทางการรับมือและเทคโนโลยีการป้องกันเพื่อลดความสูญเสียในอนาคต จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีและแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ระยะไกล เทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือน โดยติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับแรงสั่นสะเทือนชนิดของเหลวในโครงสร้างอาคาร ระบบตรวจติดตามสุขภาพโครงสร้าง โดยติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดความเร่งแบบ MEMS (MEMS Acceleration Sensors) เพื่อติดตามพฤติกรรมของอาคารแบบเรียลไทม์ ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้งใช้งานจริงแล้วที่อาคารโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงราย

ด้าน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เผยถึงผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในปี 2568 ว่า.. ปัญหาหลักคือ “ ความไม่รู้นำมาซึ่งความโกลาหล และความโกลาหลนำมาซึ่งความสูญเสีย ” นอกจากจะเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ยังทำให้เกิดรถติดทั่วกรุงเทพฯ ถนนหลายสายปิดการจราจร สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ จึงได้พัฒนาการปรับปรุงอาคารให้ปลอดภัย การตอบสนองที่รวดเร็ว รวมถึง "ระบบตรวจติดตามการตอบสนองของโครงสร้างต่อแผ่นดินไหวและระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย" สำหรับวิศวกร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของและผู้ใช้อาคารโดยเฉพาะ ซึ่งระบบจะทำงานตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ที่สามารถตรวจจับความเสียหายและแจ้งเตือนได้ทันที นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบสำหรับการซ้อมอพยพเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงอีกด้วย ระบบนี้ได้ผ่านการทดสอบด้วยเครื่องจำลองแผ่นดินไหวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อประเมินการทำงานของการแจ้งเตือนผู้ใช้อาคารผ่านระบบสัญญาณไฟ การติดตั้งระบบดังกล่าวจะช่วยให้สามารถตรวจจับความเสียหายหลังเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างตรงเป้าหมาย ลดความตื่นตระหนกและการอพยพที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถกลับคืนสู่การใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น รวมถึงสามารถตอบสนองต่อการเสื่อมสภาพของอาคารตามอายุการใช้งานและสภาพแวดล้อม นับเป็นการช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อนึ่ง หน่วยงานที่ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ แสดงถึงพลังความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ประกอบด้วย.. กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมประมง องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดเชียงราย กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติในประเทศไทยฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น ศูนย์เตรียมความพร้อมภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สำหรับ SRI Alert เป็นระบบแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเป็นระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามารถของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการสื่อสารกับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในยามวิกฤต สามารถรองรับการแจ้งเตือนได้ผ่าน 5 ช่องทาง คือ..

• LINE Official Account - แจ้งเตือนผ่าน LINE ที่คนไทยใช้มากที่สุด

• Telegram - รองรับกลุ่มขนาดใหญ่ ส่งข้อมูลได้ไม่จำกัด

• Google Chat - เหมาะสำหรับหน่วยงานและองค์กรที่ใช้ Google Workspace

• Traffy Fondue – เหมาะสำหรับผู้ใช้เดิมของ Traffy Fondue

• API Callback - รองรับการเชื่อมต่อสำหรับหน่วยงานที่มีระบบของตนเอง เช่น ระบบรับมือภัยพิบัติ (EMS) ระบบความปลอดภัยสาธารณะ (ICS) และระบบแพร่ภาพและตำแหน่งบนแผนที่ เพื่อให้การแจ้งเตือนครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างสมบูรณ์

นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยเตือนภัย ด้านภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ ให้กับคนไทยได้อย่างทันต่อสถานการณ์มากที่สุด ...

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่..
https://www.tsri.or.th/

#ThailandRISEFund
#กองทุนววน #สกสว #TSRI
#SRIAlert #ศรีเตือนภัย
#เตือนภัยล่วงหน้า #รับมือภัยพิบัติ
#แผ่นดินไหว #SmartCity
#TraffyFondue
#ความปลอดภัยของคนไทย ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad



Pages