นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมควบคุมมลพิษ ในการตรวจสอบและขยายผลขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย
นายพันธ์ทอง ลอยกลุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า.. การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามเรื่องสืบสวนที่ 27/2569 ซึ่งพบพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบนำ เข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีการสำแดงชนิดสินค้าเป็น “ เศษโลหะ ” หรือ “ เศษเหล็ก ” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
กรมศุลกากร ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกสินค้า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการสำแดงสินค้า เส้นทางการขนส่ง และใช้ระบบบริหารความเสี่ยงร่วมกับเทคโนโลยีการตรวจสอบสินค้าเพื่อคัดกรองตู้สินค้าที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลทางศุลกากรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการสืบสวนและดำเนินคดี
สำหรับการตรวจสอบในวันที่ 10 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจ ตู้สินค้าต้องสงสัยรวมจำนวน 18 ตู้ โดยแบ่งเป็น..
• กลุ่มแรก จำนวน 12 ตู้ เป็นสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง สำแดงสินค้าเป็น “เศษเหล็ก” ประเทศกำเนิดประเทศเฮติแต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็น เศษเหล็กปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
• กลุ่มที่สอง จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ โดยสำแดงเป็นสินค้า “ Metal Scraps ” และ “ Mixed Metal ” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง
• กลุ่มที่สาม จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น “ เศษอลูมิเนียม ” จากประเทศสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตู้สินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทย และ อนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมยํ้าจุดยืนของประเทศไทยว่าจะไม่เป็นแหล่งทิ้งหรือทางผ่านของของเสียอันตรายจากต่างประเทศ
กรมศุลกากร ยืนยันว่า.. จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการผลักดันส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังนอกราชอาณาจักร และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ...



























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น