วช. โชว์ปลูก “ สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ” กลางกรุง ผลงานปรับปรุงพันธุ์ร่วมระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในงาน NRCT FORUM 2026 เนื่องในโอกาสวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569

วช. โชว์ปลูก “ สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ” กลางกรุง ผลงานปรับปรุงพันธุ์ร่วมระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในงาน NRCT FORUM 2026 เนื่องในโอกาสวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี ...

ที่ ศูนย์การเรียนรู้ระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) / เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2569 รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ วช. ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ วช. เนื่องในโอกาสจัดงานวันคล้ายสถาปนา ครบรอบ 67 ปี วช.เพื่อติดตามความก้าวหน้าหลังจากได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านเกษตรสมัยใหม่แก่เกษตรกรและผู้สนใจ เนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกเดือดซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการเกษตรและระบบนิเวศทั่วโลก ซึ่งการปลูกพืชในโรงเรือนสามารถควบคุมสภราพแวดล้อมได้ จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนแม้จะมีต้นทุนสูงแต่ก็มีข้อดีในการผลิตได้ตลอดปีและมีคุณภาพสูง สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและพัฒนาคุณภาพการเกษตรในระยะยาว โรงเรือนอัจฉริยะสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 มหาวิทยาลัยนเรศวร ต่อยอดงานวิจัยสู่เกษตรสมัยใหม่และคนเมือง มุ่งเพิ่มคุณภาพผลผลิตและยืดอายุหลังเก็บเกี่ยว

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท เปิดเผยว่า.. เนื่องในโอกาสครบรอบ 67 ปีวันสถาปนา วช.ศูนย์เรียนรู้ระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ วช. มีความยินดีที่จะนำการผลิต สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ในโรงเรือนอัจฉริยะมาจัดแสดงและเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจและเกษตรกรได้นำไปปรับใช้ปลูกสตรอว์เบอร์รีในเขตเมืองกรุง ซึ่งที่จริงสตรอว์เบอร์รีสามารถที่จะให้ดอกและติดผลได้ ถ้าผ่านการปลูกในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสในช่วง 2 สัปดาห์ ถ้าเอาต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 มากระตุ้นการออกดอกในอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสภายใน 2 สัปดาห์

“ ที่ศูนย์เรียนรู้วันนี้ ผลผลิตจากสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 กำลังออกดอกออกผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถยืนยันได้ว่า การปลูกสตรอว์เบอร์รีกลางกรุง สามารถทำได้อย่างแน่นอน สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 เป็นพันธุ์ที่ปรับปรุงใหม่และนำมาทดลองปลูกเมื่อ 5 ปีก่อน โดยเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และ มหาวิทยาลัยนเรศวร เกิดจาก พันธุ์แม่ คือ พันธุ์พระราชทาน 80 และ ต้นพันธุ์พ่อ คือ 329 สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ พันธุ์พระราชทาน 89 ตามพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการก่อตั้ง มูลนิธิโครงการหลวง และนับเป็นสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน สายพันธุ์แรกในรัชกาล มีลักษณะเด่นคือขนาดผลปานกลางถึงใหญ่น้ำหนักผลเฉลี่ย 15 กรัม ผลเป็นทรงกรวยถึงทรงกลมปลายแหลม ผิวผลมีสีแดงเข้มถึงแดงเลือดหมูขณะแก่เต็มที่มีรสชาติหวานหอม มีปริมาณแแอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระ 3 เท่า มีประโยชน์ต่อสุขภาพในการป้องกันมะเร็ง ลดปริมาณคลอเรสเตอรอล ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความหวานเฉลี่ย 12.30 องศาบริกซ์ ทนต่อการขนส่ง ”

โรงเรือนอัจฉริยะสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 เป็นผลงานการปรับปรุงพันธุ์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยพัฒนาขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2557–2563 มีจุดเด่นด้านสีผลแดงเข้ม กลิ่นหอม รสชาติหวานอมเปรี้ยว และปริมาณสารแอนโทไซยานินที่อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท และคณะ ยังมุ่งนำองค์ความรู้ด้านการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะและเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม



โรงเรือนอัจฉริยะ รับมือสภาพอากาศแปรปรวน ยกระดับการผลิตพืช

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ผู้อำนวยการสถานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ดำเนินงานด้านการวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะร่วมกับคณะผู้วิจัย โดยปัจจุบันภาคการเกษตร ต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่สูงขึ้น และสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ปริมาณผลผลิต และคุณภาพสินค้าเกษตร การปลูกพืชในโรงเรือนที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และช่วยให้การผลิตมีความต่อเนื่องมากขึ้น

โรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse) เป็นระบบปลูกพืชที่ใช้เทคโนโลยีควบคุมปัจจัยแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ แสงสว่าง ความชื้น และการให้น้ำ โดยสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อช่วยตรวจวัดและจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช ข้อดีของระบบดังกล่าว ได้แก่.. การเพิ่มโอกาสในการปลูกพืชได้ตลอดปี การควบคุมคุณภาพผลผลิต การใช้น้ำและปุ๋ยอย่างเหมาะสม ตลอดจนการลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศภายนอก อย่างไรก็ตาม การลงทุนสร้างโรงเรือนและติดตั้งระบบควบคุมมีต้นทุนสูง ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการจัดการระบบและการบำรุงรักษา รวมถึงประเมินความคุ้มค่าตามชนิดพืชและขนาดการผลิต

ตั้งศูนย์การเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร

รศ.ดร.พีระศักดิ์ กล่าวว่า.. ศูนย์การเรียนรู้ระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้ จัดทำสื่อการเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ กิจกรรมสำคัญของศูนย์ประกอบด้วยการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) การพัฒนาระบบสาธิตการปลูกพืชในโรงเรือน และการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้สนใจเข้าใจทั้งหลักการทำงานของระบบและแนวทางประยุกต์ใช้ในการผลิตจริง แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ เพราะช่วยให้ผู้ผลิตเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม การจัดการน้ำและปุ๋ย ตลอดจนการดูแลสุขภาพพืช โดยสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับทรัพยากรและเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่

ภายหลังการทดลองและพัฒนาพันธุ์ ผู้วิจัยได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อพันธุ์ และได้รับพระราชทานชื่อว่า “ สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ” เพื่อเป็นสิริมงคลและน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงมีพระราชดำริในการก่อตั้งโครงการหลวง

ลักษณะเด่นของสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 ได้แก่.. ผลทรงกรวยถึงทรงกลมปลายแหลม ขนาดปานกลางถึงใหญ่ ผิวผลสีแดงสดและอาจเข้มจนถึงสีแดงเลือดหมูเมื่อสุกเต็มที่ เนื้อผลมีความแน่นระดับปานกลาง มีกลิ่นหอม และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เหมาะสำหรับบริโภคสด ผลมีน้ำหนักเฉลี่ย 20.60 กรัมต่อผล ความแน่นเนื้อเฉลี่ย 4.22 นิวตัน และความหวานเฉลี่ย 12.30 องศาบริกซ์ ขณะที่ปริมาณแอนโทไซยานินชนิด cyanidin-3-glucoside รวมเฉลี่ยอยู่ที่ 40.83 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม สารแอนโทไซยานินเป็นสารสีในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในพืชหลายชนิด และได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านโภชนาการและสุขภาพ


ต่อยอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ยืดอายุสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89

แม้ สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน 89 จะมีจุดเด่นด้านสี กลิ่น รสชาติ และปริมาณสารแอนโทไซยานิน แต่ข้อจำกัดสำคัญคือผิวผลค่อนข้างบอบบาง เกิดรอยช้ำและความเสียหายได้ระหว่างเก็บเกี่ยวและขนส่ง ส่งผลต่ออายุการเก็บรักษาและคุณภาพของผลผลิต คณะผู้วิจัยจึงศึกษาวิธีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อชะลอการเสื่อมคุณภาพและรักษาลักษณะของผลสตรอว์เบอร์รีให้เหมาะสมต่อการจัดจำหน่าย ผลการทดลองด้วยการเคลือบผลด้วยสารละลายไคโตซานความเข้มข้น 1.0–2.0% สามารถชะลอการสุกและลดการสูญเสียน้ำหนัก โดยสามารถยืดระยะเวลาการเก็บรักษาได้ประมาณ 6 วัน ที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส พร้อมช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงสีผิว

นอกจากนี้ การใช้สารเมทิลจัสโมเนตเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสีแดงของผิวผลระหว่างการเก็บรักษา โดยผลด้านการพัฒนาสีและคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับชุดที่ไม่ได้รับการพ่นสาร การศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาพันธุ์พืชที่มีคุณภาพสูงควรดำเนินควบคู่กับเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยลดความสูญเสีย รักษาคุณภาพระหว่างขนส่ง และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร


การปลูกสตรอว์เบอร์รี ต้องใส่ใจตั้งแต่ต้นพันธุ์ถึงการป้องกันโรค

การผลิตสตรอว์เบอร์รีให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยการจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่การเลือกต้นพันธุ์ การเตรียมวัสดุปลูก การจัดระบบน้ำและปุ๋ย ไปจนถึงการป้องกันกำจัดโรคและแมลง

• การเลือกต้นพันธุ์ ควรคำนึงถึงความแข็งแรง ความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด วัสดุปลูกควรมีการระบายน้ำดีและช่วยให้อากาศถ่ายเทบริเวณรากได้เหมาะสม ส่วนภาชนะปลูกต้องมีช่องระบายน้ำและจัดวางต้นให้มีระยะห่างเพียงพอสำหรับการรับแสงและการถ่ายเทอากาศ

• การให้น้ำและปุ๋ย ควรปรับปริมาณตามระยะการเจริญเติบโต สภาพอากาศ วัสดุปลูก และความต้องการของพืช โดยเฉพาะระบบปลูกในโรงเรือนที่สามารถตรวจวัดและควบคุมการให้น้ำและธาตุอาหารได้อย่างเป็นระบบ

• การป้องกันโรคและแมลง ควรหมั่นตรวจสอบสภาพต้นและใบ ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคหรือไม่สมบูรณ์ และนำเศษพืชออกจากพื้นที่ปลูกเพื่อลดโอกาสสะสมของเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช

• การผสานองค์ความรู้ ด้านการปรับปรุงพันธุ์ การควบคุมสภาพแวดล้อม และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสตรอว์เบอร์รี และสนับสนุนการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในภาคเกษตรกรรม

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท กล่าวสรุปว่า.. เทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการปลูกสตรอว์เบอร์รีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถนำระบบเซนเซอร์และเทคโนโลยี IoT มาใช้ตรวจวัดและควบคุมปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูก ทั้งอุณหภูมิ ความเข้มแสง ความชื้น และการให้น้ำ ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้สามารถบริหารจัดการแปลงปลูกได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และเพิ่มโอกาสในการผลิตสตรอว์เบอร์รีที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องอาศัยความรู้ในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบควบคู่กันไป



ขณะเดียวกัน สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในด้านการเกษตรและการพัฒนาสายพันธุ์เท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวได้ด้วย โดยร้านอาหาร คาเฟ่ รีสอร์ต หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถนำสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สำหรับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงแปลงปลูกให้เรียนรู้และถ่ายภาพ การเปิดกิจกรรมเก็บผลผลิตตามความเหมาะสม การนำผลสตรอว์เบอร์รีสดมาใช้เป็นวัตถุดิบในเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานที่

การผสานเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะเข้ากับสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 จึงเป็นแนวทางที่ช่วยเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยีการเกษตร และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สร้างทั้งแหล่งเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้การเกษตรสมัยใหม่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน ...

ติดต่อสอบถามข้อมูล..

ศูนย์การเรียนรู้ระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ผู้ประสานงาน : รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท และคณะ

โทรศัพท์ : 063-6392697

อีเมล : peerasakc@nu.ac.th ...

**ผู้สนใจ หลังจากงานนี้ก็ยังสามารถติดต่อเยี่ยมชมเรือนอัจฉริยะ ที่ วช.ได้ โดยติดต่อขอเข้าเยี่ยมชมที่ 063-639-2697 สำหรับการปลูกสตรอเบอรี่ในโรงเรือนลงทุนขั้นเริ่มต้นที่ประมาณ 100,000 บาท แต่อาจประหยัดได้จากการใช้วัสดุทำโรงเรือน(โครงสร้าง) มีอุปกรณ์อัจฉริยะในการให้น้ำให้ปุ๋ยและควบคุมอุณหภูมิ สามารถสั่งงานผ่าน มือถือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ตลอดเวลา ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและดูวิธีการปลูกสตรอเบอรี่ในโรงเรือนอัจฉริยะในงาน NRCT FORUM 2026 มีเวลาถึงวันที่ 29 ตุลาคม ตั้งแต่ 08.00-16.00 น. 

เคียงข่าว..

https://www.facebook.com/share/p/19jshM39D9/

https://youtu.be/LHRvOKNmmiA?si=Wds8TaWq0q1bEb5o

https://www.facebook.com/share/v/1DYXEn7kih/

https://vt.tiktok.com/ZSgpcV6s9/ ....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad







Pages