ตำรวจภูธรภาค 1 รวบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ " นักบิน หนองแค " ของกลางไอซ์ 284 กิโลกว่า 90 ล้านบาท ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจภูธรภาค 1 รวบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ " นักบิน หนองแค " ของกลางไอซ์ 284 กิโลกว่า 90 ล้านบาท ...

ที่ ตำรวจภูธรภาค 1 / เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2569 ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ “ ปัญหายาเสพติด ” เป็นวาระเร่งด่วนและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง การสกัดกั้นยาเสพติด และการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายใต้แนวคิด “ ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติด อย่างจริงจัง ” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.


ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง,พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์,พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์,พล.ต.ต.วิชิต บุญชีนวุฒิกุล,พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน,พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง รอง ผบช.ภ.1,นายกฤติพงศ์ บุญผา ผอ.ปปส.ภ.1,พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1,พล.ต.ต.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา,พ.ต.อ.ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1/ หัวหน้า ซุปส.ศอ.ปส.ภ.1 จับกุม ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ลำเลียง จัดเก็บ และแพร่กระจายยาเสพติด เครือข่าย " นักบิน หนองแค " จำนวน 5 คน ได้แก่.. 1. นายธนบดีฯ อายุ 60 ปี ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติด, 2. นายธนพงศ์ฯ อายุ 27 ปี นั่งมาในรถลำเลียงยาเสพติด, 3. นายอดุลศักดิ์ฯ อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำเพื่อสำรวจเส้นทางฯ, 4. นายปฐมพงษ์ฯ อายุ 21 ปี นั่งมาในรถเพื่อสำรวจเส้นทาง และ 5. นายสมัยฯ อายุ 38 ปี นั่งมาในรถเพื่อสำรวจเส้นทาง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 284 กิโลกรัม (มูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท),รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 9 กม 6285 กรุงเทพมหานคร (ใช้ลำเลียงยาเสพติด),รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี (ใช้ขับนำเพื่อสำรวจเส้นทาง) และ โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 5 เครื่อง โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า,ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป (ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 145 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต)

พฤติการณ์ในการจับกุม จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.1 (ชปส.ศอ.ปส.ภ.1) ทำให้ทราบว่า นายอดุลศักดิ์ (ผู้ต้องหา) มีพฤติการณ์ใช้รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี (ของกลางลำดับที่ 3) ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อนำมาส่งในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดจับกุม จึงได้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ จนเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 23.00 น. พบรถยนต์กระบะหมายเลยทะเบียน ผก 215 สระบุรี ถูกขับเข้าไปในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และจากนั้นได้ขับมุ่งหน้าเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ต่อมาได้สืบสวนเพิ่มเติมจนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวทำหน้าที่ขับนำเพื่อสำรวจเส้นทางให้รถลำเลียงยาเสพติดซึ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุรุ่น Mu-x หมายเลขทะเบียน 9 กร 6285 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนติดตามรถยนต์ทั้ง 2 คัน และสามารถติดตามไปจับกุมรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 กย 6285 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายธนบดีฯ เป็นผู้ขับรถ และนายธนพงศ์ฯ ผู้ร่วมนั่งมาในรถได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน (ทล.1) ฝั่งมุ่งหน้าไป จ.นครสวรรค์ เขตพื้นที่ ต.ย่านมันทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่18 ต.ค.2569 โดยตรวจพบ ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 284 กิโลกรัมอยู่ภายในรถคันดังกล่าว และได้ติดตามไปจับกุมรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผก 4215 สระบุรี รถนำเพื่อสำรวจเส้นทาง มีนายอดุลศักดิ์ฯ เป็นผู้ชับรถ และ นายปฐมพงศ์ ผู้ร่วมนั่งมาในรถ และนายสมัยฯ ผู้ร่วมนั่งมาในรถจับได้ที่บริเวณถนนสายเอเซียฝั่งมุ่งหน้า จ.พระนครศรีอยุธยา เขตพื้นที่ ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 06.50 น.ของวันที่ 18 ต.ค.2569

จากการสืบสวนหาข่าว เชื่อได้ว่า ไอซ์ของกลาง ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ชายแดนภาคอีสานตอนบน แล้วนำมาส่งต่อให้กับกลุ่มผู้ต้องหานี้ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อจะลำเลียงไปส่งต่อให้กับผู้รับในพื้นที่ จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสภ.พยุหะคีรี ภ.จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.นราเดช กล่าวว่า.. การจับกุมครั้งนี้ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ " ปัญหายาเสพติด " เป็นวาระเร่งด่วนและภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง การสกัดกั้นยาเสพติดและการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายใต้แนวคิด  " ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง " สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.,พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตำรวจภูธรภาค 1 ขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน การจำหน่าย หรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีอัตราโทษ ที่รุนแรง และยาเสพติดเป็นพิษ เป็นภัยต่อสังคม โดยในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาทเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลไปยังกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ฟอกเงิน และ ยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดต่อไป หากพบบุคคล สถานที่ หรือรถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด


สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่.. สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือโทร สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad







Pages