มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกเครือข่ายประมงพื้นบ้าน เดินหน้าฟื้น “ ปลากะพง 3 น้ำ GI แห่งทะเลสาบสงขลา ” กอบกู้อาชีพ–เศรษฐกิจชุมชน หลังมหาอุทกภัยภาคใต้ ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกเครือข่ายประมงพื้นบ้าน เดินหน้าฟื้น “ ปลากะพง 3 น้ำ GI แห่งทะเลสาบสงขลา ” กอบกู้อาชีพ–เศรษฐกิจชุมชน หลังมหาอุทกภัยภาคใต้ ...

หลังผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและอาชีพประมงของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท องค์กรสาธารณกุศลภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูชุมชนประมงอย่างเป็นระบบ ผนึกกำลังเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา เร่งกอบกู้อาชีพและเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสนับสนุน “ ลูกปลากะพง ” เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการฟื้นฟูผลผลิต ปลากะพง 3 น้ำ ทะเลสาบสงขลา สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อันเป็นหัวใจสำคัญด้านเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจของชุมชน

นายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า.. มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2530 โดยมีเป้าหมายในการสร้างคนดี พลเมืองดี และอาชีพดีให้กับสังคมไทยตลอดมา จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้รับนโยบายของ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมอบหมายให้เครือข่าย “ซีพีอาสา” ทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและรับฟังความเดือดร้อนของเครือข่ายประมงพื้นบ้านในโครงการซีพีทะเลสาบสงขลายั่งยืน พบว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ราย กระชังเสียหายรวมกว่า 3,000 กระชัง สูญเสียผลผลิตปลากะพงขาวมากกว่า 90% ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ครัวเรือนและเศรษฐกิจของจังหวัด จึงเร่งปฏิบัติการฟื้นฟูชุมชนประมงอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

ในช่วงที่ผ่านมา นายสุภกิต เจียรวนนท์ ได้มอบลูกปลากะพง ให้แก่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านรอบทะเลสาบสงขลา ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ได้ร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้านจากหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช นราธิวาส และปัตตานี ส่งมอบลูกพันธุ์ปลากะพงเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นฟื้นฟูอาชีพของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

จากสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูอาชีพ โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือด้าน “ ทุนตั้งต้น ” เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาประกอบอาชีพและสร้างรายได้ได้อย่างเร็วที่สุด

ในระยะแรก มูลนิธิฯ ได้ประสานกลุ่มพนักงาน ซีพีอาสา ส่งมอบลูกปลากะพงให้แก่เครือข่ายประมงพื้นบ้านในหลายพื้นที่ อาทิ.. เครือข่ายบ้านปลาหมายเลข 9 และ 10 ฟาร์มทะเลชุมชนบ้านบางไหน และเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบโครงการซีพีพัฒนาอาชีพตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เพื่อช่วยประคับประคองความเสียหาย ลดภาระต้นทุน และฟื้นฟูผลผลิตที่สูญเสียไปจากภัยพิบัติ

 


ทั้งนี้ “ ปลากะพง 3 น้ำ ทะเลสาบสงขลา ” ถือเป็นสินค้าพรีเมียมหนึ่งเดียวของพื้นที่ เกิดจากระบบนิเวศเฉพาะของทะเลสาบ 3 น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช เป็นทะเลแบบลากูนแห่งเดียวของประเทศไทย และ เป็นแหล่งทำกินสำคัญของชุมชนรอบลุ่มน้ำมาอย่างยาวนาน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลายั่งยืน ร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศทะเลสาบตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาชีพของชุมชนกว่า 400,000 ครัวเรือน ควบคู่กับการยกระดับอาชีพ พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และขยายช่องทางตลาดสินค้าชุมชน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการผลักดันมาตรฐาน “ ประมงธงเขียว ”

ด้าน นายชาญวิทย์ รัตนชาติ หัวหน้าโครงการซีพีพัฒนาอาชีพตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา กล่าวเสริมว่า.. มูลนิธิฯ ยึดมั่นในปณิธานการ “ ตอบแทนคุณแผ่นดิน ” ผ่านการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงหลังภัยพิบัติ ซึ่งการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนคือกุญแจสำคัญให้ชุมชนสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

ขณะที่ นายชัยยศ ฤทธิโก (บังชัย) ประธานกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเลชุมชนบ้านใหม่ จังหวัดสงขลา ระบุว่า.. เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี น้ำขึ้นเร็วและสูงเกินคาด ส่งผลให้ปลาหลุดจากกระชังไปกว่า 90% หลายครอบครัวสูญเสียแทบทั้งหมด การได้รับการสนับสนุนลูกปลากะพงจากมูลนิธิฯ ช่วยลดภาระต้นทุน และเป็นความหวังสำคัญในการเริ่มต้นอาชีพใหม่ของชาวประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มูลนิธิฯ เตรียมเดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากรในทะเลสาบสงขลาต่อไป อาทิ.. การปรับปรุงและซ่อมแซมซั้งบ้านปลากว่า 10 จุด เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน และเสริมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad



Pages