บี้ ทุกดอก !!! “ ดร.ณัฐวุฒิ ” จ่อยื่นหนังสือ “ กิตติ์รัฐ ” ผบ.ตร.ขอโอนคดีอาญา “ สมชัย ” “ ปริญญา ” “ ยิ่งชีพ ” กับพวกข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน ให้ กองปราบปราม ทำคดีแทน ... - MOJO THAI NEWS

Breaking

Home Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569

บี้ ทุกดอก !!! “ ดร.ณัฐวุฒิ ” จ่อยื่นหนังสือ “ กิตติ์รัฐ ” ผบ.ตร.ขอโอนคดีอาญา “ สมชัย ” “ ปริญญา ” “ ยิ่งชีพ ” กับพวกข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน ให้ กองปราบปราม ทำคดีแทน ...

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 สืบเนื่องจาก ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.AURELIAN และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พรบ.คอมฯ พรน.ควบคุมเรี่ยไร ร่วมกันฟอกเงินโดยสมคบกันตั้งแต่สองขึ้นไปและได้แจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ นั้น

ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 12 ประกอบ ป.วิอาญามาตรา 16 มาตรา 18 วรรคท้าย เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในเขตอำนาจเพื่อขอหมายจับ ตาม ปวิอาญามาตรา 66 (1) กับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก รวม 6 คน เพราะเกรงว่าจะหลบหนีและคดีมีอัตราโทษสูงและคัดค้านการประกันตัว 

และ วันที่ 10 กันยายน 2569 ได้ยื่นหนังสือต่อ ผกก.สน.ทองหล่อให้ดำเนินการตามขั้นตอน ป.วิอาญา มาตรา 66(1) และคัดค้านพนักงานสอบสวนรายหนึ่งในคดีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพนักงานสอบสวนรายนี้ ทำเป็นตัวความเสียหายเอง โดยเป็นคดีลหุโทษตาม ปอ.มาตรา 391 และมาตรา 392 แต่มีพฤติการณ์ร่วมกันคบคิดกับนายสมชัยฯ คัดค้านการประกันตัว ทั้งที่เป็นความผิดลหุโทษ ผิดปกติวิสัยพนักงานสอบสวนทั่วไป และคอยสั่งการให้เขียนบันทึกการจับกุมบิดเบือนข้อเท้จจริงไม่ตรงต่อความเป็นจริง เข้าข่ายลักษณะข่มขู่พยาน รวมถึงนำความลับในสำนวนไปแจ้งให้นายสมชัยฯทราบ มีพฤติกรรมปรากฎชัดไม่เป็นกลางในคดี  ทั้งนี้ ดร.ณัฐวุฒิฯ ได้จ่อที่จะดำเนินคดีอาญากับพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวแล้ว

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า..  ตนเห็นว่า สน.ทองหล่อ ที่ตนไปกล่าวโทษ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 และทีมทนายตนรวบรวมพยานหลักฐานไปให้ทั้งหมดแล้ว แต่ยังเห็นสำนวนบางอยู่ หมายถึง เอกสารที่ผู้เสียหายได้ส่งให้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนนคดีสูญหายไปไหนหรือไม่อย่างไร หรือว่าแยกเก็บ ไมน่าจะใช่ เพราะมิใช่ศาล  พยานหลักฐานที่ทีมทนายของตนได้ดรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอแล้วที่จะมีเหตุในการขอหมายจับต่อศาลได้ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน พรบ.คอมฯ ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน คดีมีอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่า 3 ปี และผู้ต้องหาเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน มีเหตุขอหมายจับต่อศาล ตาม ป.วิอาญา มาตรา 66(1) ได้ แต่เหตุใดจึงไม่ดำเนินการ ตาม ปวิอาญา มาตรา 66(1) โดยยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 

แต่ทำสำนวนคดีล่าช้า ผู้ต้อบหากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับนายเพนกวินฯ ที่หลบหนีไปต่างประเทศตามช่องทางธรรมชาติ โดยหลักแหล่งที่แน่นอน โดยใช้ สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งเป็นแหล่งพบปะและฟอกตัว

ทั้งผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 ราย ไม่กล้ามาให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน เพราะเกรงกลัวอิทธิพลของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1 กัยพวกโดยใช้โซเชี่ยลข่มขู่ใครเห็นต่างจะใช้วิธีนี้ทันที่ทำลายชื่อเสียงและข่มขู่ถึงครอบครัว ตนก็โดนนายสมชัยฯกระทำเช่นกัน มันหมดเวลาของนายสมชัยฯแล้ว ทั้งปรากฎชัดแจ้งจากการสัมภาษณ์ของนายสมชัยฯจากเรื่องเด่นเย็นนี้กับสื่อช่องหนึ่งโดยโพสต์ทางเฟซบุ๊กให้เป็นหลักฐานว่า ไม่ได้ขออนุญาต ตาม พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 โยนความผิดให้กฎหมายที่เก่า แต่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายพฤติการณ์แห่งคดีแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน นายสมชัยฯคอยโพสต์ปั่นเพื่อให้ประชาชนบริจาคผ่านบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุก “ปั่นไปไหน-สมชัย ศรีสุทธิยากร” ทำเป็นขบวนการ โดยนำเงินไปต่อสู้อำนาจรัฐและในการว่าจ้างทนายความและเสียค่าปรับ กฎหมายห้าม เข้าใจไหมครับ วัตถุประสงค์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ ผกก.สน.ทองหล่อ  กลับไม่ดำเนินการตามขั้นตอน ป.วิอาญา มาตรา 66(1)  ตนขอถามเลยว่า ผกก.สน.ทองหล่อทำอะไรอยู่ หากผู้ต้องหาหลบหนี คุณต้องรับผิดชอบ ตนไม่เอาไว้แล้วกัน  

โดย วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2459 เวลา 10.30น. ตนจะไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ขอให้โอนสำนวนคดี ๒  จาก สน.ทองหล่อให้ กองบังคับการสอบสวนกลาง กองปราบปรามทำคดีนี้แทน น่าจะมีเครื่องมือในการตรวจสอบเส้นเงินระหว่างผู้ต้องหาที่โอนให้หญิงรายหนึ่งดีกว่า น่าจะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพดีกว่า เท่าที่ทราบ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีรวบรวมหลักฐานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ไฟเขียวจากหัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อให้ไปยื่นคำร้องขอหมายจับ  และเท่าที่ทราบยังไม่ได้อายัดเงินมาเป็นของกลางในเงินระดมทุนบริจาคอันเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน อันเป็นูลฐานการฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินตั้งแต่สองคนขึ้นไป  ตนขอตั้งคำว่า ผกก.สน.ทองหล่อ ทำอะไรอยู่ ทั้งตนยื่นหลักฐานเป็นใบเสร็จโอนเงิน เป็นของกลางในคดี ให้ไปอ่าน ประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ ,พรบ.ตำรวจแห่งชาติเยอะๆ รวมถึงไปทำความเข้าใจ พรป.ปปช.มาตรา 4,172  เยอะๆ จะได้รู้ว่า นอกจากจะเข้าข่าย มาตรา 157,200 แล้ว  คดีอาญาจะยาวเป็นหางว่าว 

         

หากไม่ทำหน้าที่ ก็ให้คนอื่นที่เหมาะสมและทำตามหน้าที่โดยเคร่งครัดจะดีกว่า ควรไปพักผ่อนได้แล้ว ไม่ควรมานั่งขวางคนอื่น ให้คนอื่นที่มีประสิทธิภาพและยึดหลักกฎหมายมาทำหน้าที่แทน  ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานหัวหน้าสถานี เรียนผ่านหลักสูตร ผกก.มาได้อย่างไร หย่อนยานในการทำหน้าที่ ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทนดีกว่า อยู่ไปก็เสียอัตรา ผกก. เสียภาษีประชาชนป่าวๆ คนอย่างตนคนจริงนะจะบอกให้ ยี่ห้อนี้ บอกแล้วว่า “กัดไม่ปล่อย” ไม่เชื่อให้ไปถาม นายสมชัยฯ อดีต กกต.เจอตนดำเนินคดีอาญาไป  6 คดี แค่เบาๆนายสมชัยฯยังมีคดีอีกเยอะ ที่กล่าวโทษ แต่ตนจะทยอยกล่าวโทษและจะดาวกระจายทุกจังหวัด ไม่น้อยกว่า 100 คดี รับรองสนุกแน่ ผวาไปทั้งคืน ตนไม่ได้หมูนะ ทำงานกฎหมายมา 30 กว่าปีแล้ว เหลี่ยมกฎหมายตอกกลับทุกดอกจะเอาไอ้นี่ ติดคุกให้ได้ทำกรรมกับแผ่นดินไว้เยอะ ถึงเวลาต้องมาปราบนายสมชันฯด้วยตนเอง ฝากไปบอกได้เลย หลังวันที่ 14 กันยายน 2569 พรรคสีส้มเขาไม่ใช้งานแล้ว เอาตัวเองให้รอดก่อนที่มาจุ้นกับ กกต.รู้ทุกเรื่องไม่เคยรู้เรื่องของตนเอง เงินที่ได้จาก อดีต.รมว.ยุติธรรมคนหนึ่งให้มาล้มรัฐบาล และยุบพรรคภูมิใจไทย รู้นะว่าคุณซุกไว้ที่ไหน อดีต กกต.หลักลอย ไม่มีแหล่งที่อยู่ที่แน่นอน ตนมีข้อมูลหมด รับรองสนุกแน่ ตนจะเอาคืนทุกดอกอย่างสาสมและใช้กฎหายจัดการให้เด็ดขาด ...

แฮชแทก #ยื่นหนังสือขอโอนคดี #คดีฉ้อโกงประชาชน #คดีฟอกเงิน  #คดีสมคบกันฟอกเงิน #คดี พรบ.คอมฯ #กองปราบ #กองบัญชาการสอบสวนกลาง #สน.ทองหล่อ #ดร.ณัฏฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม #สมชัย ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad







Pages