วช. หนุนสามจังหวัดชายแดนใต้ ใช้งานวิจัย “ แปรรูปโคเนื้อวากิว ” สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ...

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม, นายสมบูรณ์ วงศ์กาด ผู้ตรวจสอบทางวิชาการ วช. และกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เยี่ยมชมความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปโคเนื้อเพื่อเพิ่มรายได้กลุ่มเกษตรกรต้นแบบชายแดนใต้ ” ดำเนินการโดย ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุข–แก้ว แก้วแดง ระหว่างวันที่ 15 - 16 มิถุนายน 2566 โดยมี รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมา ประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้ พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ให้การต้อนรับ ณ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และ จังหวัดนราธิวาส

นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม วช. กล่าวว่า.. วช. ภายใต้กระทรวง อว. โดย เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้ ได้สนับสนุนให้มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ทำการศึกษาวิจัยและทดลองเลี้ยงโควากิว ซึ่งเป็นโคเนื้อระดับพรีเมียมในระบบฟาร์ม ในชื่อ “ ยะลาวากิวฟาร์ม ” ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรชายแดนใต้ในการเลี้ยงโคแบบประณีตและเป็นอาชีพหลัก โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและเรียนรู้การเลี้ยงโคเนื้อขายแดนใต้ เพื่อทำการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงโคเนื้อแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อชายแดนใต้ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการผลิต จากการเลี้ยงโคแบบปล่อยทุ่ง มาเป็นการเลี้ยงในโรงเรือน มีการทำอาหารหมักที่มีคุณค่าอาหารสูงโดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุน พัฒนาสายพันธุ์โดยการผสมเทียม การรักษาและป้องกันโรค การใช้ประโยชน์จากมูลโค โดยให้เกษตรกรในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความพร้อม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงเชือดชุมชน การแปรรูปเนื้อโคตามมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัวจนสามารถดำเนินงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อต้นแบบของจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ในการบริหารจัดการโรงเชือดชุมชน การแปรรูปโคเนื้อตามมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อให้เกิดการขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่อื่น และ วช. พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมมาส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อให้ดีขึ้น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โคเนื้อวากิวแปรรูปที่มีคุณภาพ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโคเนื้อแปรรูปได้ 

ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุข–แก้ว แก้วแดง หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า.. มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ได้ทำการวิจัยและทดลองเลี้ยงโควากิว ซึ่งเป็นโคเนื้อระดับพรีเมียมในระบบฟาร์มชื่อ “ ยะลาวากิวฟาร์ม ” มาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรชายแดนภาคใต้ในการเลี้ยงโคแบบประณีตและเป็นอาชีพหลักในอนาคต โดยมูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ในการดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปโคเนื้อเพื่อเพิ่มรายได้กลุ่มเกษตรกรต้นแบบชายแดนใต้ ” เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความพร้อม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงเชือดชุมชน การแปรรูปเนื้อโคตามมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัว จนสามารถดำเนินงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้ ในการจัดตั้ง “ ศูนย์วิจัยและเรียนรู้การเลี้ยงโคเนื้อชายแดนใต้ ” เพื่อทำการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงโคเนื้อแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อชายแดนใต้ ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการผลิตโคเนื้อชายแดนใต้จากการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง มาเป็น “ การเลี้ยงแบบยืนโรง ” มีระบบการจัดการฟาร์ม การทำอาหารผสมสำเร็จรูป (Total Mixed Ration – TMR) โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุน การพัฒนาสายพันธุ์โดยการผสมเทียม การรักษาและป้องกันโรคในโค การใช้ประโยชน์จากมูลโค และเกษตรกรรู้จักใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อให้ดีขึ้น 







ดร.รุ่ง แก้วแดง หัวหน้าโครงการฯ กล่าวต่ออีกว่า.. ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ให้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการแปรรูปโคเนื้อตามมาตรฐานฮาลาลและการตลาด โดยเน้นการฝึกอบรมวิธีการเชือดโคที่สะอาดและปลอดภัย การตัดแต่งเนื้อวัวอย่างมืออาชีพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหนังวัวยะลาวากิวโดยการนำไปทำแคบวัวเพื่อเพิ่มมูลค่า ในการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยือนและให้คำแนะนำเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรม คณะนักวิจัยพบว่า มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อบางแห่งที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปสู่วิธีที่ดีกว่าหากได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความพร้อมจะเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อชายแดนใต้อย่างเป็นรูปธรรม






การลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ คณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ วช. พร้อมด้วยคณะนักวิจัย และสื่อมวลชน ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปโคเนื้อที่ยะลาวากิวฟาร์ม พร้อมรับฟังการบรรยาย เรื่อง การมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ของเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้ โดย รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมา ประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้, การบรรยาย เรื่อง “ การแปรรูปเนื้อโคสู่การเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อบ้านนิบง ” โดย นายอับดุลคอเด เจ๊ะดือราแม ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อบ้านนิบง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา, การบรรยาย เรื่อง “ การแปรรูปเนื้อโควากิวเป็นอาหารพื้นบ้าน ” โดย ผอ.ประกายแก้ว ศุภอักษร ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา และ อ.กฤษณพร ตุฉะโส แห่งวิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา จังหวัดยะลา, การบรรยาย เรื่อง “ บทบาทของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ในการส่งเสริมกลุ่มเลี้ยงโคเนื้อ นทพ.นราธิวาส ” และการจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อ นทพ.นราธิวาส โดย พ.จ.อ.สมนึก ตุนาคุน ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อ นทพ.นราธิวาส จำกัด และการบรรยาย เรื่อง “ การแปรรูปและการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ” โดย พ.จ.อ.ฮาฟิส อาลี เลขาธิการกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อช่องเขต อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี




ทั้งนี้ ในรายการอาหารมื้อต่าง ๆ คณะนักวิจัยมีการนำเนื้อโควากิวซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากโครงการดังกล่าวนำมาประกอบอาหาร อาทิ เนื้อวากิวกอและ, เนื้อวากิวผัดพริกไทดำ, ซุปเนื้อวากิว, แคบวัว, เนื้อวากิวสะเต๊ะ, แกงเนื้อวากิวร็องแง็ง และเนื้อวากิวย่าง ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

CP LAND ผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่กับ 17 พันธมิตร อัดแคมเปญแรงส่งท้ายปี ‘ สิงโต นำโปร ’

CP LAND ปรับแผนสื่อสารเจาะนิวเจน พบถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ติดชาร์ตอันดับ 2 จากผลสำรวจของ Zanroo ...

3 หน่วยงาน ขานรับนโยบาย กระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง (Ease of Traveling) อย่างมีระบบ ...